ไข่มุกเม็ดงามของอันดามันนอกจากจะเป็นของคนภูเก็ตแล้ว ยังมีผู้คนอีกมากในประเทศไทย ที่มีความรู้สึกหวงแหนและถือว่าภูเก็ต เป็นสมบัติของคนไทยทั้งชาติ แต่บางคน...แม้เป็นเจ้าของ แม้อ้างว่ารักภูเก็ตแต่กลับทอดทิ้งไม่ได้ดูแล ภูเก็ตถูกใช้ถูกพัฒนาถูกตักตวงเอาประโยชน์... จนน่าใจหาย ว่าสุดท้ายภูเก็ตจะยังคงความเป็นไข่มุกเม็ดงามของอันดามันได้ยืนยาวเพียงใด
ภูเก็ตที่ดิฉันรู้จัก
ภูเก็ตเป็นเกาะเล็กๆ มีเนื้อที่ประมาณ 578 ตารางกิโลเมตร มีประชากรที่ลงทะเบียนอยู่ในภูเก็ต ปัจจุบันอยู่ประมาณ 280,000 คน ภูเก็ตมีทรัพยากรธรรมชาติที่งดงาม หาดทรายขาว ทะเลใส ภูเขาโอบล้อม ผู้คนมีไมตรีต่อกันและเป็นคนที่ได้รับการศึกษาอยู่ในระดับสูงกว่ามัธยมเป็น จำนวนกว่า 80% เศรษฐกิจค่อนข้างดี
แต่ภูเก็ตในปัจจุบันมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เพราะถูกจัดเป็นหัวเมืองหลักทางใต้ ซึ่งทำรายได้ส่งต่อ ให้คนทั้งประเทศถึงปีละกว่า 50,000 ล้านบาท จึงเกิดปัญหาว่าด้วย จำนวนประชากรแปรเปลี่ยน... มีผู้คนจาก 75 จังหวัด ทั่วประเทศหลั่งไหลมาทำงานที่นี่ (โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน) อีกประมาณ 100,000 150,000 คน มีชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวมาเยือนอีกปีละ 4-5 ล้านคน โดยยัง ไม่ได้รวมแรงงานต่างด้าว เช่น พม่า มอญ ลาว ทรัพยากรธรรมชาติเริ่มถูกใช้อย่างไม่คำนึง ถึงความ ยั่งยืน น้ำจืดที่มีจำกัด ขยะที่เริ่มล้นเมือง ไมตรีที่เคยมีต่อกันเริ่มเหือดหายผู้คนประชากร คละเคล้ากันไปจนเริ่มปรับทิศทางยาก โดยเฉพาะคนภูเก็ตเองซึ่งเป็นเจ้าของบ้านตัวจริงเริ่มมี บทบาทในการรักษาความเป็นชุมชนเจ้าบ้านน้อยงทุกที... วันนี้ภูเก็ตจึงเปลี่ยนไป... และเต็มไปด้วย ปัญหาที่รอการแก้ไข การบริหารเมือง การกำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่จะร่วมแก้ปัญหาต้องทำด้วยใจรัก เสียสละซื่อสัตย์ มืออาชีพ จึงทำให้ภูเก็ตรอดพ้นจากวิกฤติและกลับมาเติบโตอย่างมีทิศทางที่ยั่งยืนเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานของเรา ได้ต่อไปในอนาคต |